Untitled Document


 

.::   หางานทำ   ::.
of
Pan & Wan Journey


 

15-18/02/2551

ช่วงต้นเดือนที่ห่างๆไป คือม๊าม้าเริ่มสมัครงานและไปสัมภาษณ์งาน เลยยุ่งๆ

มีบริษัทประกันชีวิตโทรมาหลายที่มาก ตอนแรกประมาณว่าบอกรายละเอียดคลุมเคลือ แต่ก้อไปสัมภาษณ์ดู ไม่เสียหาย

ไปเจออยู่บริษัทหนึ่งเรียกสัมภาษณ์ ตอนแรกนึกว่าเป็นเบริษัทครื่องใช้ไฟฟ้า.... แต่พอไปถึง กลายเป็นประกันชีวิต สยามซัมซุง ประกันชีวิต เอา ไหนๆก็ไหนๆ มาแล้วนิ ฟังไปก็ไม่เสียหายเพราะเค้าบอกได้เงินเดือนประจำ ให้สมัครตำแหน่ง  Marketing Manager ก็น่าสนใจดี

เค้าบอกว่าถ้าสมัครตำแหน่งนี้ต้องมีประสบการ์ณการขายประกันมาบ้าง ไอ้เราก็ไม่มี แต่เค้าบอกว่าลองดู เพราะต้องสัมภาษณ์ทั้งหมดสี่รอบ รอบแรกคือวันนี้ ส่วนอีกรอบขอนัดเป็นวันจันทน์หน้า อ้าวน่า สู้ๆ ไม่เสียตังค์นิ

ปรากฏว่าวันจันทน์ไปก็เข้าไปฟังอบรมก่อน .. แต่ติดว่า Branch Manager ไม่ว่างสัมภาษณ์ต้องไปประชุมที่สำนักงานใหญ่ ให้มาใหม่พรุ่งนี้ (คิดในใจถ้าพรุ่งนี้ไม่บอกรายละเอียดนะ ไม่มาอีกแล้ว) ตอนกลางวันเค้าก็ให้เซ็นชื่อรับเงิน 55 บาทไปกินข้าวกลางวัน (งง..มีให้เงินไปกินข้าว ตอนอบรมด้วยเหรอ...ดีเหมือนกัน บริษัทอื่น ไม่เห็นมีเลย อย่างมากก็กาแฟ น้ำชา) งั้นพรุ่งนี้มาใหม่ ก้อได้ ไม่เสียหายเลย...แต่พอฟังทั้งวันแล้ว

           เริ่มรู้ว่า....... การประกันชีวิตมันสำคัญกับชีวิตคนเราแค่ไหน

คนเราทุกคนต้องตาย...ไม่มีใครเลี่ยงมันได้เลย

แต่เราได้เตรียมความพร้อมให้ตัวเองหรือครอบครัวหรือยัง

ถ้าตายเร็ว ...ภาระทั้งหมดที่เราแบกไว้ จะส่งต่อให้ครอบครัวยังไง เค้าสามารถรับช่วงต่อได้ไหม เพราะขาดรายได้ของเราไปแล้ว...นั่นคือการประกันรายได้ให้ครอบครัวสักก้อน กับการออมเงินเพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลานหรือครอบครัวเรา

แต่ถ้าตายช้าละ ...พอแก่ตัวลง ลูกหลานจะเลี้ยงเราไหม หรือพอมีเงินเลี้ยงตัวเองไหม สำหรับอาหารสามมื้อ ต้องไปเป็นภาระให้ลูกหลานไหม (จริงๆ ตอนแก่ตัวลง ม๊าม้าก็ไม่ได้หวังว่าปัณณ์จะมาหาเลี้ยงอะไรม๊าม้าหรอก แต่ก็แค่แอบหวังไว้...) ม๊าม้าอาจจะต้องเริ่มเตรียมการไว้บ้างแล้ว

 

มันทำให้ม๊าม้าตระหนักเลยว่า เออ ประกันชีวิตเนี่ยสำคัญนะ โดยมากคนเราจะไม่เห็นความสำคัญตรงนี้เพราะมันยังไม่เกิด หรือเรียกว่าเกิดทีเดียว (ก้อตายแล้วจะกลับมาเกิดใหม่ไม่ได้นิ ...มันเลยจะมารู้เมื่อสายไป ..แต่คนข้างหลังจะรู้ทันทีว่า ถ้าเรามีประกันชีวิตเนี่ย ... มันยังเป็นหลักประกันให้ครอบครัวได้บ้าง ถ้าถึงเวลางานศพ....แล้วถ้าเค้าทำประกัน....คุณคิดว่าเจ้าภาพจะรอการมาของตัวแทนประกันหรือ ไม่ .....ก้อเค้าจะเอาเงินมาให้คุณนิ ถ้าเป็นญาติ เพื่อน ก็คงช่วยกันได้ไม่กี่พัน ไม่กี่หมื่น แต่ถ้าเป็นเราสามารถช่วยให้เค้าได้มาก ทำไมเราจะไม่อยากทำละ) ก้อเลยตัดสินใจว่าจะลองทำดู เพราะเป็นการช่วยเหลือให้เค้ารู้จักออม ซึ่งเราก็นำเงินนั้นมาใช้ได้ในอนาคตยามแก่ หรือ เป็นทุนทำกิจการอะไรสักอย่าง (โดยเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ)

ถ้าเราทำให้คนที่เรารัก เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีหลักประกันให้ครอบครัว ก็น่าจะดีนะ

(แถมถ้าทำเองก็ได้ลดเปอร์เซ็นต์ด้วย แล้วทำไมไม่เอาละ)

 

แต่ชื่อบริษัทเนี่ย บริษัท สยามซัมซุง ประกันชีวิต ไม่เคยได้ยิน ใช่ไหม

(เค้าว่าถ้าไปเกาหลี จะรู้ว่าเป็นบริษัทที่อยู่อันดับ 1 ของเกาหลี แต่ในไทย เพิ่งเข้ามาครบ 10 ปี ซึ่งเข้ามาหลัง ซัมซุงอิเล็คทรอนิค ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็อยู่ในเครือ ซัมซุงกรุ๊ป ด้วยกัน โดยที่ธุรกิจแรกของซัมซุงกรุ๊ปคือประกันชีวิต แต่ไม่ได้ดังเท่ากับเทคโนโลยี เพราะต้องคอยแข่งขันกันตลอดเวลา)

เปิดมา 10 ปีแล้วเนี่ย มันก็คงไม่ล้มแล้วแหละ มันเริ่มจะเป็นต้นไม้ที่พร้อมจะโตขึ้นเรื่อยๆ

แต่เราก็มั่นใจนะว่ามันคงไม่เจ๋งง่าย โดยมากกว่าจะมาเป็นบริษัทประกันได้ มันต้องมีทุนสำรองที่ทางกรมการประกันภัยระบุไว้ เพื่อสำรองเงินให้กับลูกค้าเป็นหลักประกัน และมีการควบคุมการใช้เงินของบริษัทประกันฯ ไม่ให้ไปใช้ในการที่เสี่ยงเกินไป และไม่เคยได้ยินว่ามีบริษัทประกันชีวิตไหนเจ๋งซะที อย่างมากก็เปลี่ยนผู้ร่วมหุ้น เปลี่ยนชื่อเท่านั้น แต่ผลตอบแทนลูกค้าก็ยังเหมือนเดิม (ภายใต้กฎเกณฑ์การตั้งบริษัทประกันชีวิต)

 

แต่ม๊าม้าก็ลองเทียบเบี้ยประกัน กับผลตอบแทนสำหรับลูกค้า (แบบประกันพื้นฐานทั่วไป) ม๊าม้ารู้สึกว่าเบี้ยที่นี่มันถูกไง แต่มันอาจจะไม่ครอบคลุมถึงความต้องการของคนที่อยากมีประกันสุขภาพ เพราะที่สยามซัมซุง เค้าไม่รับประกันสุขภาพ มีแต่อุบัติเหตุ

ม๊าม้าได้ลองเทียบกับอีกสองบริษัทประกันรายใหญ่เหมือนกัน (ก้อโดนเรียกไปสัมภาษณ์นิ) ม๊าม้าชอบของอีกบริษัทเหมือนกัน เพราะเค้ามีประกันสุขภาพน่าจะขายได้ง่าย หน่อย แต่มันเป็นระบบ MLM เลยไม่เอาดีกว่า ทำงานแล้วต้องมาแบ่งให้หัวหน้า แต่ที่สยามซัมซุง ใครทำใครได้ ซึ่งถ้าเทียบว่าเก็บเบี้ยเท่ากัน แต่ผลประโยชน์ต่อเดือนได้มากกว่า แล้วหลักเกณฑ์ในการขึ้นตำแหน่งก็ง่ายกว่าด้วย แล้วทำไมจะไม่เลือกหละ แถมให้ผลประโยชน์กับลูกค้าสู้บริษัทใหญ่ๆได้

 

ป๊าป๋าเลยให้กำลังใจ “สู้”

Fighting fighting !!!

 

หางานทำ

ม๊าม้าก็เลยตัดสินใจทำไปหนึ่งกรมธรรม์แล้ว

ฝากเงินทีเดียว เก็บดอกเบี้ย 3.5% ต่อปีตลอด 10 ปี ไม่โดนหักค่าภาษีดอกเบี้ยด้วย

แถมเอาไปลดหย่อยภาษีปีนี้ได้อีกเต็มๆ

(มีเงินเกือบห้าหมื่นก็ทำได้แล้ว)

ถ้าหากดอกเบี้ยแบงค์ขึ้นมาถึง 3.5% หลังปีที่สอง ก้อคุ้มเงินที่ลงณ วันแรกแล้ว

ทุนประกันหนึ่งแสน ลงเงินแค่ 97,700 บาท เอง

แถมได้ดอกเบี้ย 3.5% ของ 100,000 (3,500 บาทต่อปี) 

ไม่ทำก็บ้าแล้ว...ใช่ไหมป๊าป๋า

 

     Share


หางานทำ

<< งานยกช่อฟ้าและเซ็นทรัลปาร์คอัพได้ยาวเลย >>

Posted on Thu 21 Feb 2008 20:51

 





เมื่อเสาร์อาทิตย์ ว่าจะมาอัพ แต่ไปๆมาๆ ไม่มีเวลาจนได้ แย่เลย
   
Mon 3 Mar 2008 22:35 [6]

หายไปไหนคะ หายไปนานคิดถึงน๊า..
เรื่องงานเป็นยังไงบ้างคะ ได้ที่ถูกใจ
หรือยังเอ่ย..... ว่างๆ มาอัพไดฯ นะคะ
   
Mon 3 Mar 2008 16:54 [5]

ยินดีกับงานใหม่ และขอให้ได้ลูกค้าเยอะๆนะคะ

มดก็ทำประกันแบบเงินออมให้ทั้งตัวเอง กะลิงทั้ง 2 คนไปตั้งแต่เกิดแล้วเหมือนกัน
ยิ่งนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องจ่ายเองซักบาทเดียว คุ้มมากๆเลยค่ะ

แต่อึ้งตรงที่ มีเงินจ่ายให้ก่อน ไปทานกลางวันนี่สิ ดีเจงๆเรยยย
   
Mon 25 Feb 2008 17:33 [4]

ช่ายค่ะ การประกันชีวิตนี่สำคัญนะคะ
นี่ก็ทำประกันแบบฝากเงินให้ลูกชาย
หัวแก้วหัวแหวนเหมือนกัน เข้าเลย
เข้าโรงพยาบาลแอดมิทเป็นว่าเลย
คุ้มแสนคุ้มเลยค่า

ยังไงเอาใจช่วยนะค๊าให้ได้งานดีเงินดี
โดยเร็ว
   
Fri 22 Feb 2008 10:08 [3]

^^ มาเป็นกำลังใจให้คุณแม่นะคะ..

สู้ๆๆๆๆค่ะ..

ปล.คิดถึงน้องปัณณ์จังงง
   
Fri 22 Feb 2008 6:26 [2]

สู้ๆ นะคะ
เลือกเปรียบเทียบดีๆ
   
Thu 21 Feb 2008 20:59 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

 

 

 

มอเตอร์โชว์
รวมยอดแบบย่อๆ
ช่วงสองอาทิตย์
สวนสัตว์ดุสิต
อัพได้ยาวเลย
หางานทำ
งานยกช่อฟ้าและเซ็นทรัลปาร์ค
งานแต่งอีกคู่จ้า..โอ๊คและอี้หยุ่ง ที่ Marriot เจริญนคร
admit ที่พญาไท 3 จากอาการปอดอักเซบและไซนัส
Siam ocean world/งานแต่งงาน
Central Park

 

น้องเอลิน่า
My Day @Krabi
Oatto @ Greenland
น้องขวัญข้าว
Winnie
N'Ploy
อี้ยุ้ย
น้องน้ำหอม
น้ำหอม
ข้าวปั้น
แม่มดกะน้องนะโม2
น้องนีนน์




 

 




Theme Design by http://100kg.diaryclub.co
m